ญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่ใครๆใฝ่ฝันค่ะ เพราะความงามของลักษณะภูมิประเทศ และวัฒนธรรมโบราณของชาวอาทิตย์อุทัย จึงเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในประเทศนี้มากมายค่ะ
สถานที่ท่อง เที่ยวที่น่าสนใจ
ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)
ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซาก้า เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมี หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและแหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้
เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮาโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ
เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร และจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมี บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล สวยงามมากในฤดูร้อน และมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว
เมืองอะบะชิริ มีธารน้ำแข็งให้ชมในฤดูหนาวและ คาบสมุทรชิเระโตะโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้ง ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบมาชูและ ทะเลสาบคุชิโระ
เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองค้าขาย ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 รอบ ๆ เมืองจะมี คลองโอตะรุ เป็นโบราณสถานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิก มีถนนร้านซุชิสดที่สุดในโลกให้ลองลิ้มชิมรส
ภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ (โทโฮขุ)
สำหรับ ภูมิภาคโทโฮขุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริงและตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆของฤดูร้อน
ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮขุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุ ร้อนให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษาและบำบัดโรคมายาวนาน
ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนใช้เวลา 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทจึชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์เซนเซขิ เพียง 40 นาที เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดใน ญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าวที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าวเพื่อชมวิวได้รอบทิศ
เมืองฮิระอิซึมิ ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซอนหยิ ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์
เมืองอะโอโมริ ใช้เวลา 2.5 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโมริโอกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก ทะเลสาบโทวาดะ และ หุบเขาโออิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติ
โทวาดะ-ฮะจิมังไต กลางอุทยานมีทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโออิระเซะทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่
โบราณสถานของซันนะอิ-มารุยะมะ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมืองอะโอโมริโดย รถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม
นอกจากนี้ที่อะโอโมริยังมีงาน เทศกาลเนบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนานได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว
เมืองฮิโรซะคิ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากอะโอโมริ ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ปราสาทฮิโรซะคิ และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น
เทือกเขาชิระคะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอโมริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วย
เมืองอะคิตะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮขุ
เมืองคะคุโนะดาเทะ จากอะคิตะใช้เวลา 75 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่น ดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง
เมืองยะมะงะตะ 3 ชม.เดินทางจากโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาวในแถบ เทือกเขาซาโอะ มี ทะเลสาบซาโอะ "โอคะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด
เมืองไอซุ วาคะมะทจึ เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสึรุงะ สามารถนั่งรถไฟด่วนชินคันเซน โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และ ทะเลสาบอินาวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย
ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)
โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว
พื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน
พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ สวนตะวันออกฮิกาชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ
จุดเด่นสำคัญของสถานีรถไฟโตเกียว มะรุโนอุจิ ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตึกมารุโนจิ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มารุ-บิร" สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 พร้อมกับตึก 36 ชั้น ภายในประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานมากมาย
จากนั้นเดินอีกสิบนาที ก็จะถึง ย่านกินซ่า ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศ ซึ่งสว่างไสวไปด้วยไฟนีออนที่ละลานตา ที่ใกล้กันนั้นคือ โรงละครคะบุกิซ่า
หันหลังจากแสงสีอึกทึกครึกโครมของย่านกินซ่าและยูระคุโจ ยังมีย่านอุเอโนะ จะมี สวนสาธารณะอุเอโนะ ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้ที่มาชมซากุระบาน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วย
ถ้าหากต้องการมองย้อนไปในอดีตของโตเกียว ก็ต้องที่ ย่านอะซะคุซะ ซึ่งย่านนี้จะประกอบไปด้วยถนนสายเล็กๆจำนวนหลายสาย เต็มไปด้วยตึกและร้านค้าเก่าแก่ ซึ่งจะขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโนหรือหวีทำด้วยมือ
วัดอะซะคุซะ เต็มไปด้วยร้านค้าขายของพื้นมืองหลายหลาก สีสันสดใสตลอดสองข้างทาง เป็นแหล่งเลือกซื้อของที่ระลึกอย่างดีเยี่ยม
ย่านชินจุกุ แหล่งท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง ยามกลางวันแวะชม สวนสาธารณะชิจุกุเกียวเอ็น ที่เงียบสงบ ใกล้ๆ กันนั้นใน ย่านฮะทจึได เป็นที่ตั้งโรงละครโอเปร่าเต็มรูปแบบ
ย่านชิบุยะ เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น ใกล้กับ ศาลเจ้าเมจิ ที่เงียบสงบ ติดต่อกันเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมและสวรรค์ของคนรุ่นใหม่คือ ย่านฮะระจุกุ และ ย่านอะโอยะมะ
ย่านโอไดบะ สร้างขึ้นจากการถมทะเลในอ่าวโตเกียว เป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ มีทั้งแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่ ที่มีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ
เรนโบว์ ทาวน์ เหล่าคู่รักวัยรุ่นนิยมนั่งชิงช้าสวรรค์ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม มีทั้งสวนสนุกของบ่อน้ำแร่ โอเอโดะ-ออนเซ็น โมโนงะตะริ ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์อาบน้ำแร่ในทุกรูปแบบที่นี่
สถาน ที่เที่ยวในจังหวัดที่ใกล้เมืองโตเกียว
โต เกียวดิสนีย์รีสอร์ท ในจังหวัดชิบะสวนสนุกยอดนิยมที่สุดในญี่ปุ่น ใกล้สถานีไมฮะมะ ใช้เวลาเพียง 20 นาที จากสถานีรถไฟโตเกียว โดยรถไฟฟ้าสายเจอาร์เคโย
เมืองโยโกฮาม่า ในจังหวัดคะนะงะวะ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น จากโตเกียวใช้เวลา 30 นาที เคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่เปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่การปฏิรูป สมัยเมจิ (1868-1911) และเต็มไปด้วยอาคารมีชื่อในประวัติศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึง สวนซังเคอิ-เอ็ง
ย่านมินะโมโตะ มิระอิ 21 ตั้งอยู่บริเวณริมอ่าว เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมบรรยากาศริมทะเล สำหรับนักชิมอาหารอร่อย ก็ต้องที่ ไชนาทาวน์ ในโยโกฮาม่า มีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย
เมืองหลวงเก่าคะมะคุระ เดินทางโดยรถไฟห่างจากโตเกียว 1 ชมอยู่ใกล้ชายทะเล มีวัดที่เงียบสงบมาก ประกอบกับตัวเมืองเก่า ที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งมรดกทางโบราณสถาน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดคือ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ "ไดบุทจึ" สูง 11.4 เมตร หนัก 122 ตัน ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ณ. วัดฮะเซเดระ ยัง มี ศาลเจ้า ทซึรุกาโอกะ ฮาจิมังกุ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปมากมายหลายองค์ ทั้งใหญ่และเล็กทั่วบริเวณ
อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ อิซึ เดินทางโดยรถไฟจากสถานีโอดะคิว ใกล้สถานีชินจุคุในโตเกียวใช้เวลา 1.30 ชม. ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อน มีทะเลสาบอาชิ ที่สามารถล่องเรือชมวิว ระหว่างทางมี พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งแสดงรูปปั้นแกะสลักอยู่เป็นจำนวนมาก และ หุบเขาน้ำแร่กำมะถัน โอวาคุดะนิ เป็นสถานีกระเช้าลอยฟ้าที่แวะเที่ยวได้
ภูเขาฟูจิ มีความสูง 3,776 เมตร ซึ่งไม่ใช่เพียงสูงที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่น และเป็นต้นกำเนิดของธรรมชาติหลายๆแห่งรวมถึง ทะเลสาบฟูจิทั้งห้า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมเดินป่าและไต่เขา ฤดูที่เหมาะสำหรับการไต่เขาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
คาบสมุทรอิซุ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฮาโกเน่ เป็นสถานที่ที่จัดไว้สำหรับแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ และ เทือกเขาอะมะหงิ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำตก
เกาะทั้ง 7 แห่งอิซุ เป็นสถานที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างวิวทะเลที่สวยงามกับ บ่อน้ำพุร้อนเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น เกาะโอชิม่า เป็นสถานที่พักผ่อนที่สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างง่ายๆ เพียง 1.45 ชม. โดยเรือด่วนจากโตเกียว สามารถเที่ยวแบบไปกลับได้ภายในหนึ่งวัน
บ่อน้ำพุร้อนคุซะทจึ ในจังหวัดกุมมะ เป็นสปารีสอร์ทที่ติดอันดับต้นแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เดินทางจากโตเกียวโดยรถบัส ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชม. น้ำแร่ของที่นี่มีความเป็นกรดสูง สามารถกร่อนเหรียญดอลลาร์ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
เมืองนิกโก้ ในจังหวัดโทจิหงิ เดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟจากโตเกียว เป็นอัญมณีแห่งธรรมชาติและสถานที่สำคัญของการบวงสรวงภูเขาแต่ครั้งโบราณ จึงมีการสร้าง ศาลเจ้าโทโชงุ ขึ้น เป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกไปจากสถาปัตยกรรมทั่วไปของญี่ปุ่น แสดงออกถึงความมั่งคั่งและการประดับประดาซับซ้อนสวยงามมาก จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นิกโก้เป็นสุสานโบราณของโทคุกะว่า อิเอยะซึ ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลยุคเอโด นอกจากนี้ยังมี น้ำตกเคง่อน และ ทะเลสาบจูเซนหยิ ที่มี วัดจูเซนหยิ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ อีกทั้ง ภูเขานันไต ที่สง่างามต้อนรับผู้มาเยือนทุกฤดูกาล ส่วนลึกเข้าไปเป็นที่พักแบบมีบริการอาบน้ำแร่ธรรมชาติ
ย่านคินุกะวะออนเซน สวนสนุกเอโดมุระ ที่เป็นหมู่บ้านจำลองยุคเอโด และ โทบุเวิลด์สแควร์ ที่จำลองสิ่งก่อสร้างทั่วโลกให้ได้ชมอย่างสมจริง จึงถือได้ว่าการได้เที่ยวนิกโก้ก็เพียงพอแล้ว เพราะได้สัมผัสครบถ้วนทั้งธรรมชาติ โบราณสถาน และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
ประเทสญี่ปุ่นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้วยังมีศิลปการแสดง วัฒนธรรมการกิน การละเล่นที่น่าสนใจอีกมากค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.yokosojapan.org/destianation/center.html
การเดินทาง
หนังสือเดินทางและวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าญี่ปุ่น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องเตรียมก็คือ หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น จำเป็นสำหรับพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้มีการตกลงยกเว้นวีซ่าไว้กับรัฐบาล ญี่ปุ่น หากท่านเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว ท่านจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า โปรดสอบถามได้ที่สถานฑูตญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเชียงใหม่ พิมพ์คำร้องได้จากเว็ปไซท์ : http://www.th.emb-japan.go.jp
เงินสด โดยทั่วไปการนำเงินสดติดตัวไปใช้ในญี่ปุ่นปลอดภัยและสะดวกใช้ด้วย เวลาใช้ยานพาหนะขนส่งมวลชน เกือบทุกรูปแบบ จำเป็นต้องใช้เงินสดจำนวนไม่สูงนักหรือเวลาไปรับประทานอาหารราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังใช้ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ สะดวกอีกด้วย
เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่นมีราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เยน เงินสกุลอื่นๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น จะแลกเป็นเงินเยนได้ ที่ศูนย์แลกเปลี่ยน เงินตรา ในท่าอากาศยานที่เดินทางไปถึงหรือแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่างๆ อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกราคาอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน ติดไว้ให้เห็นชัดเจน ดังต่อไปนี้ เงินเหรียญสหรัฐปิดประกาศ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เงินสกุลอื่นๆ จะปิดประกาศอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันตั้งแต่เวลา 11.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. โปรดแลกเงินของท่านตามช่วงเวลาที่ระบุไว้นี้ เพื่อป้องกันความขลุกขลัก
การแลกเงิน สถานที่และบริการต่อไปนี้ ไม่สามารถรับเงินตราต่างประเทศได้ตาม กฎข้อบังคับคือ พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ห้างร้าน ร้านค้า และภัตตาคาร ดังนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องมีเงินสดสกุลเงินเยนบ้าง เพื่อใช้จ่ายในกรณีจำเป็นเร่งด่วน หากท่านมีธนบัตรเงินต่างประเทศสกุลอื่นๆ ที่มิใช่ดอลล่าร์สหรัฐ ควรจะแลกบางส่วนเป็นเงินเยนเอาไว้บ้าง ตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่าอากาศยาน แม้แต่ตามธนาคาร ชั้นนำบางแห่งในเมืองใหญ่ พนักงานประจำเคาน์เตอร์แลกเงินก็ยังไม่สู้จะคุ้นเคยนั กกับลักษณะของธนบัตรต่างประเทศ และท่านอาจจะต้องรอนาน เพราะเขาจะต้องขอคำแนะนำจากหัวหน้าจนมั่นใจก่อน ที่ธนาคารเช็คเดินทางสามารถแลก เงินสดได้เร็วทันใจ แต่ก็มีร้านค้าและภัตตาคารบางแห่งยอมรับเหมือนกัน เงินเยนเหลือใช้ ที่เป็นธนบัตรเท่านั้นที่จะสามารถแลกกลับคืนเป็นเงินตราต่างประเทศได้ที่ท่า อากาศยานก่อนออกจากญี่ปุ่น โดยไม่จำกัดจำนวน ถ้าหากว่าศูนย์รับแลก เปลี่ยนเงินตราที่นั่นมีเงินตราต่างประเทศสำรองไว้มากเพียงพอสำหรับแลกกลับ คืน
เช็คและบัตรเครดิต ไม่ค่อยมีที่ใช้เช็คส่วนตัวในญี่ปุ่น ท่านควรจะซื้อเช็คเดินทาง เป็นเงินเยน ซึ่งมีขายตามธนาคารญี่ปุ่นสาขาในประเทศไทยก่อนออกเดินทาง เมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นใช้บัตรเครดิตกันแพร่หลายร้านค้าและภัตตาคารที่ยอมรับบัตรเครดิต ชำระค่าสินค้าและค่าอาหารมักจะติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่หน้าร้าน หรือขึ้นป้ายให้เห็นตามสถานที่ต่างๆ ระบุยี่ห้อของบัตรเครดิตที่ตนยอมรับ ญี่ปุ่นปัจจุบันนี้กำลังนิยมใช้บัตรต่างๆ ที่จ่ายเงินล่วงหน้าไว้แล้ว เช่น บัตรโทรศัพท์และอื่นๆ อย่างแพร่หลายมาก ทำให้ญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็น "สังคมที่ไม่ใช้เงินสด" มากขึ้นทุกที
การถอนเงินสดจากบัตร ATM สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.jnto.go.jp/eng/arrange/essential/money.html
การประกันภัยระหว่างการเดินทาง ท่านควรจะทำการประกันภัยระหว่างเดินทาง ก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุโดยทั่วๆ ไป จะครอบคลุมไปจนถึงทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย และประกันความเสี่ยงชนิดอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง
ใบอนุญาตขับขี่สากล หากท่านประสงค์จะขับรถเที่ยวเองระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่สากล ที่ได้รับจากประเทศไทยก่อนเข้าไปในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีบางประเทศ เช่น เยอรมันและสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีการตกลงกับญี่ปุ่นในเรื่องใบขับขี่สากล แต่ท่านที่ถือใบขับขี่สากลที่ออกให้โดยประเทศสมาชิกของสนธิสัญญาเจนีวา จะใช้ใบขับขี่นั้นได้เมื่ออยู่ในญี่ปุ่น สมาพันธ์ยานยนตร์แห่งญี่ปุ่น (เจแปน ออโตโมบิล เฟดเดอเรชั่น) ได้พิมพ์หนังสือคู่มือชื่อ "กฎข้อบังคับในการใช้ถนน" เพื่อแนะนำการขับขี่ยานยนตร์ในญี่ปุ่น (เป็นภาษาอังกฤษ) หากสนใจโปรดติดต่อ สำนักงานของเจเอเอฟ ในญี่ปุ่นที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอรายละเอียด ส่วนแผนที่ทางด่วนในมหานครโตเกียวนั้น ที่เป็นภาษาอังกฤษจะหาได้โดยติดต่อที่เมโทรโพลิตัน เอ๊กซเพรสเวย์ พับลิค คอร์ปะเรชั่น โทร. 03-3502-7311
เสื้อ ผ้าที่ควรเตรียมนำไป ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียมแจ๊กเก็ตและสะเว็ตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อนให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์และแจ๊กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสะเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว ไม่ค่อยจำเป็นที่จะต้องนำเสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือพิธีการ จำพวกทักซิโด และเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้าน ให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและสมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้งที่ท่านจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณ ชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น ก่อนเข้าห้องรับแขก
การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษีี ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สามารถนำเข้าไปในญี่ปุ่นได้โดยปลอดภาษี นอกจากนี้ท่านยังสามารถนำเข้าโดยปลอดภาษีมีบุหรี่ 400 มวน ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวน เครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ 3 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ ตลอดจนของที่ระลึก ซึ่งตีราคารวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 เยนหรือเทียบเท่า บุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่หรือเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จากเว็ปไซท์ : http://www.narita-airport-customs.go.jp
กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่น ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไป ใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลท์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีความถี่สองขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบมักจะใช้ชนิดสองขาเแบบแบนเท่านั้น โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ให้ใช้ฟรี หรือมิฉะนั้น โรงแรมใหญ่ๆ จะมีเครื่องเป่าผมให้ใช้ฟรีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มีให้เช่า
หมายเหตุ : โปรดระลึกไว้เสมอว่า
• ไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอ ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง "โอชิโบริ" เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ)
• ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีกระดาษชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป
• โรงแรมระดับดีจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเช่าได้แก่ เครื่องเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า
• น้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยดื่มได้ น้ำแร่มีจำหน่ายทั่วไป
สามารถ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ : http://www.jnto.go.jp/eng/arrange/essential/index.html
บริการข่าวสารการ ท่องเที่ยว ศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เป็นสำนักงานให้ข่าวสารการท่องเที่ยวและความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศขณะอยู่ในญี่ปุ่นตามเมืองต่างๆ
"ไอ" อินฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ : นอกจากบริการของ ที ไอ ซี ดังกล่าวแล้ว อสท. ญี่ปุ่น ยังได้จัดให้มีระบบให้ข่าวสารการท่องเที่ยวด้วย เครื่องหมาย "ไอ" เป็นที่สังเกตตั้งอยู่ตามสถานีในเมืองต่างๆ กว่า 126 แห่ง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษได้
บริการล่าม-มัคคุเทศก์ : ต้องการมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาต ติดต่อที่ สมาคมมัคคุเทศก์แห่งประเทศญี่ปุ่น โทร. 03-3213-2706 แฟกซ์. 03-3213-2707 หรือสหพันธ์มัคคุเทศก์มีใบอนุญาตแห่งประเทศญี่ปุ่น โทร. 03-3380-6611 แฟกซ์. 03-3380-6609 เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 10.00 - 17.30 น.
มัคคุเทศก์อาสาสมัคร (Goodwill Guide) เป็นบริการฟรีที่ดำเนินงานโดยอาสาสมัครทั่วญี่ปุ่น ที่จะพานักท่องเที่ยวชมสถานที่ในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะในโตเกียว ที่ Tokyo Met.Area SGG club จะมีบริการให้ข้อมูลล่าสุด อีกทั้งแผนที่เที่ยว พร้อมคำแนะนำและวางแผนการเดินทางให้อย่างเป็นกันเอง สอบถามรายละเอียดที่ตั้งและเวลาทำการของศูนย์โดยตรงทาง โทรศัพท์หมายเลขโทร 03-3842-5566 หรือติดต่อทางเว็ปไซท์ http://www.protostar.co.jp/SGG/introduction.html
นอกจากนี้ยังมีการจัดทัวร์เดินเที่ยววัดอะซะกุซะและบริเวณข้างเคียงเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ทุกวันอาทิตย์จะจัด 2 รอบ คือ รอบ 13.30 น. และ 15.00 น. ผู้ที่สนใจโปรดติดต่อที่ศูนย์ก่อนเวลาเริ่มทัวร์ http://www2.ocn.ne.jp/~sgg/
อีกรายการหนึ่งเป็นทัวร์สวนอุเอโน่เป็นเวลา 90 นาที จะจัดทุกวันอาทิตย์, วันพุธ, วันศุกร์ วันละ 2 รอบ คือ รอบ 10.30 น. และ 13.30 น. สำหรับในโอซาก้า ยื่นความประสงค์ล่วงหน้าที่ OSAKA VISITORS INFORMATION CENTER NANBA ตั้งอยู่ชั้นที่ 1 ของตึก OCAT สอบถามได้ที่หมายเลข โทร. 06-6643-2125 Fax 06-6635-3114
การเที่ยวโดยการนำของบริษัทนำเที่ยวญี่ปุ่น บริษัทนำเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น ที่มีแผนกบริการทัวร์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีความชำนาญในการบริการ และจัดการเรื่องความสะดวกต่างๆ แก่ลูกค้าทัวร์ และสามารถเสนอราคาทัวร์ให้ลูกค้า ได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับคำขอร้อง หรือการติดต่อมาจากลูกค้า บริษัทเหล่านี้มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จากกระทรวงการขนส่งของรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เป็นบริษัททัวร์ที่ภูมิใจในประสิทธิภาพของตนเองซึ่งมีมาตรฐานสูงแบบมืออาชีพ ได้แก่ เจแปนแทรเวลบิวโร, เจแปน อะเมนนิตี้แทรเวล และบริษัททัวร์ชั้นนำอื่นๆ อีกประมาณ 14 บริษัท มีบริการนำเที่ยวจัดมากมายหลากหลายรายการโดยมีมัคคุเทศก์เป็นผู้นำเดินทาง ท่องเที่ยว ได้แก่ "ซัน ไร้ส ทัวร์" และ "เจแปน เกรย์ไลน์ส" โทร. 03-3433-5745 เว็ปไซท์ http://www.jgl.co.jp/inbound/index.HTM ทัวร์มีหลากหลาย เริ่มต้นด้วยทัวร์ครึ่งวันชมเมือง ไปจนถึงทัวร์ยาวสองสัปดาห์นำชมไปทั่วประเทศ โดยมีมัคคุเทศก์ พูดภาษาอังกฤษ หากจะผสมรายการทัวร์ดังกล่าวเข้ากับวันที่ต้องการเป็น "วันอิสระ" ได้ โปรดติดต่อโดยตรงที่โตเกียว โทร.03-5796-5454 ตลอด 24 ช.ม. หรือ โทรฟรี โทร. 0800-888-5454 จาก 5 ม.ค. ถึง 28 ธ.ค. หรือ ตรวจดูเว็ปไซท์ http://www.jtbgmt.com/sunrisetour/ บริการนำเที่ยวที่นำทางโดยมัคคุเทศก์ใช้ภาษาญี่ปุ่น เป็นอีกบริการนำเที่ยวหนึ่งที่ให้ความสะดวกและลดค่าใช้จ่าย ซึ่งติดต่อโดยตรงที่ HATO BUS โทร. 03-3435-6081 เวลา 9.00-19.00 น. หรือตรวจรายการเที่ยวในเว็ปไซท์ http://www.hatobus.co.jp/
การเที่ยวโดยแท๊กซี่ท่องเที่ยว มีบริการจัมโบ้แท๊กซี่เช่าท่องเที่ยวตามเส้นทางต่างๆ หรือตามแต่ผู้โดยสารจะจัด รถใหญ่นั่งได้ 6-9 คน โทรจองได้ที่หมายเลขโทรฟรี 0120-81-8552 หรือ แฟกซ์ 03-3896-8181
การเที่ยวโดยรถทัวร์ 2 ชั้น ชมเมืองโตเกียว (Sky Bus) มีบริการทุกวัน รถออกทุกๆ ชั่วโมง ตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 18.00 น. ค่าโดยสารผู้ใหญ่ท่านละ 1,200 เยน เปิดจำหน่ายตั๋วเวลา 9.00 น.ทุกวันที่ชั้น 1 ของอาคารมิตทจึบิชิ ตรงข้ามจากทางออกมารุโนอุจิด้านใต้ของสถานีโตเกียว รถออกหน้าอาคารใช้เวลา 45 นาทีในการ นั่งชมเมืองบนรถโคช 2 ชั้น ผ่านพระราชวังย่านกินซ่าและมารุโนอุจิ ข้อมูลเพิ่มเติมหรือแผนผังการเดินรถตรวจจาก เว็ปไซท์ : http://www.skybus.jp/English/index.html
การเที่ยวชมวิทยาการ ท่านสามารถเข้าไปชมโรงงานอุตสาหกรรม หรือห้องทำงานของช่างฝีมือทางศิลปหัตถกรรมแบบประเพณีนิยมได้ โดยการติดต่อล่วงหน้า เมืองที่ขอแนะนำการชมโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ โตเกียว โอซาก้า และนาโงย่า และเมืองที่ขอแนะนำชมการผลิตศิลปหัตถกรรมแบบประเพณีนิยมก็คือ เกียวโต ติดต่อขอทราบวิธีการได้ที่ สำนักงาน ที ไอ ซี ในโตเกียว หรือ อสท. ญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯ
โรงงานผู้ผลิตมักจะมีห้องโชว์สินค้าตั้งอยู่ตามย่านชุมนุมชนในเมืองใหญ่ ซึ่งมีสินค้าไฮเทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่ออกใหม่ล่าสุดแสดงให้ชม เช่น รถยนต์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งหุ่นยนต์ด้วย
ขอบ คุณข้อมูล
http://www.yokosojapan.org
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น